• ข่าวฟุตบอล

    เวนเกอร์ เผยปัดคุมชุดขาวเมื่อหลายปีก่อนเพราะปั้นปืนท้าทายกว่า

    เวนเกอร์

         แฟนบอลยุคหลังอาจจะทันเห็นแต่ผลงานของอาร์แซน เวนเกอร์ในยุคท้ายๆที่กระท่อนกระแท่น แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อนเมื่อครั้งที่เทรนเนอร์เลือดน้ำหอมพาอาร์เซนอลโลดแล่นในเวที่ยุโรปได้อย่างสง่าผ่าเผยนั้น เวนเกอร์เคยปกเป็นเป้าหมายที่รีล มาดริดต้องการตัวไปเป็นผู้จัดการทีม แต่แล้วขงเบ้งลูกหนังก็บอกปัดโอกาสในทุกๆครั้ง กระทั้งวันนี้เจ้าตัวก็ยังได้เผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้เค้าไม่ได้ร่วมงานกับราชันย์ชุดขาว

        “ มันเคยมีข้อเสนอมาจากสเปนจริง ผมจำปีไม่ได้นะผมรู้แค่ว่าผมมีแผนการที่ต้องจัดการให้อาร์เซนอลเยอะแยะไปหมด เรากำลังสร้างสนามใหม่ คู่ต่อสู้ในลีกก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงเราต้องต้องจัดสรรปันส่วนงบประมาณในการเสริมทีมอีกต่างหาก บางคนอาจจะคิดว่าถ้าไปอยู่รีล มาดริดก็ง่ายดีคุณไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย แต่ผมไม่คิดยังงั้น ผมรักความท้าทาย และอาร์เซนอลก็มีความหมายกับผมอย่างมาก ผมรู้ดีว่าผมมีความสุขกับสิ่งทำอยู่กับทีม ผมก็เลยไม่ได้คุยอะไรกับพวกเค้าต่อ มานึกย้อนถึงตอนนี้ผมก็ไม่เคยเสียดาย ” เทรนเนอร์ฟุตบอลวัย69ปีกล่าวอย่างสบายใจ

    เวนเกอร์ ยันตักตวงความสุขกับอาร์เซนอลมาได้แบบเต็มอิ่มแล้ว

         แม้ว่าผลงานช่วงท้ายกับอาร์เซนอลจะถึงจะมาตรฐานตกลงไปหลังจากหลุดโควต้ายูซีแอลจนต้องลงมาเล่นในยูโรป้าลีก ทว่าเวนเกอร์ก็ยืนยันว่าเค้าทำทุกอย่างเต็มที่แล้วและไม่มีอะไรต้องเสียใจเลยกับประสบการณ์ในลอนดอน “ จะว่าไปผมก็เป็นคนประเภทหัวแข็งเหมือนกัน ผมเดินตามสิ่งที่เชื่อมั่นมาตลอด นั่นรวมถึงทุกอย่างที่ผมทำให้อาร์เซนอลด้วย ใช่มันมีเสียงเล็กๆบอกว่าทำไมผมไม่ทำยังงั้น ทำไมผมไม่ทำยังงี้ละ ผมคงตอบคำถามให้ทุกคนถูกใจไม่ได้ แต่ที่ชัดเจนคือผมได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอาร์เซนอลมาตลอด และผมก็ได้รับประสบการณ์ดีๆกับทีมอย่างเต็มที่แล้ว ”

       “ ถ้าผมเลือกไปคุมรีล มาดริดผมอาจจะมีถ้วยรางวัลติดมือเยอะกว่านี้ แต่ผมไม่มั่นใจนะว่าผมจะมีความสุขเท่ากับงานที่ได้ทำกับอาร์เซนอลหรือเปล่า ผมใช้ตรรกะนี้กับชีวิตเรื่องบางเรื่องมันไม่ได้วัดที่ปริมาณ ผมอยากทำทีมในแนวทางที่ผมเชื่อ แน่นอนผมเป็นคนประเภทอยากประสบความสำเร็จ แต่ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องอยู่สโมสรที่เพียบพร้อมก็ได้ ผมขอแค่ได้ทำงานในสโมสรที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงเราจะไม่ใช่สโมสรใหญ่แต่เราจะผ่านร้อนผ่านหนาวไปด้วยกัน ผมชอบประสบการณ์ทำนองนี้มากกว่า ” เวนเกอร์รำลึกความหลัง

  • ข่าวฟุตบอล

    อูไน เพี้ยนมากที่ดึงดาวิดลุยซ์ไปร่วมทีมอดีตนักเตะเชลซีแจกแจง

    อูไน

       เรียกได้ว่าผลงานเกมรับของอาร์เซนอลกำลังตกต่ำลงไปเรื่อยๆจากสามเกมหลังสุดเก็บได้เพียงสองคะแนนและเสียไปถึง7เม็ด โดยเฉพาะแม็ตซ์ล่าสุดที่ออกนำไปถึง2-0ในครึ่งเวลาแรก แต่เกมรับก็มาเฟอะฟะพลาดง่ายจนโดยวัตฟอร์ดตามตีเสมอได้อย่างง่ายดาย และเครื่องหมายคำถามพุ่งเป้าไปที่ดาวิด ลุยซ์ที่ทำให้ทีมเสียจุดโทษอีกแล้วในแม็ตซ์น่ารัดทนดังกล่าว

       จนอดีตกองหน้าเชลซีอย่างโทนี่ คาสคาริโน่ยังออกมาโจมตีกับผลงานของดาวิด ลุยซ์ “ ผลงานของดาวิด ลุยซ์ดูไม่จืดเลย แต่เอาตรงๆตอนเค้าอยู่เชลซีเค้าก็ไม่ได้เป็นกองหลังที่เหนียวแน่นอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าเชลซีมีแดนกลางคอยสกรีนบอลมากกว่าอาร์เซนอลเท่านั้นเอง พอมาเจอตัวช่วยอย่างชาก้าที่เหม่อและเชื่องช้าก็ต้องบอกว่ามันเป็นหายนะดีๆนี่เอง ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าอูไน เอเมรี่หวังจะได้อะไรจากดาวิด ลุยซ์หรอ ถึงกล้าจ่ายเงิน8ล้านปอนด์เพื่อเค้ากัน ”

    คาสคาริโน่ชี้ปัญหาเกมรับปืนใหญ่ยุค อูไน เลวร้ายกว่ายุคเวนเกอร์

       โทนี่ คาสคาริโน่อดีตนักเตะทีมชาติไอร์แลนด์ยังได้ตำหนิการทำงานของอูไน เอเมรี่ก็อ่อนหัดที่ทำทีพักใหญ่แต่ยังสร้างความมั่นใจในแนวรับไม่ได้เสียที “ ผมเห็นใจแบรนด์ เลโน่เอามากๆ เค้าเซฟประตูครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ดูเหมือนเพื่อนร่วมทีมไม่ได้สนใจเลยว่าเค้าต้องเหนื่อยขนาดไหน ก็ยังพลาดล่อเป้ากันง่ายๆ ฟอร์มนัดเจอวัตฟอร์ตนี่เลวร้ายกว่ายุคของเวนเกอร์เสียอีก ผมหลงดีใจว่าอูไนเข้าใจแล้วที่ไม่ใช้งานมุสตาฟี่ แต่ที่ไหนได้ดันไปฝากความหวังให้ดาวิด ลุยซ์แทน การคุมทีมมาปีกว่าแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเสริมต้องเติมตรงไหนนี่ ผมว่าน่าเป็นห่วงแทนอาร์เซนอลนะ พวกเค้ามีแนวรุกที่ดีแล้วแต่ถ้ากองหลังเล่นแบบนี้ทุกๆเกมกว่าจะได้แต่ละแต้มนี่เหนื่อยแน่ๆ ”

       “ ผมเข้าใจแฟนบอลอาร์เซนอลเลยละ สมัยเวนเกอร์ทีมของพวกเค้าก็มีปัญหาในเกมรับแต่มันก็ไม่หนักหนาขนาดนี้ การเล่นกับวัตฟอร์ตแล้วเจอยิงถึง20กว่าครั้งนี้มันยากที่จะเข้าใจนะ พวกเค้าเป็นทีมระดับแถวหน้า ปีที่แล้วก็เข้าชิงยูโรป้าลีก ถ้าอูไน เอเมรี่ยังเสียประตูง่ายๆแบบนี้อีกเรื่อยๆนี่อาร์เซนอลเสี่ยงมากที่จะไม่ได้ไปเล่นถ้วยยุโรปในปีหน้า ” อดีตกองหน้าสิงห์บลูวัย57ปีกล่าวทิ้งท้าย

  • ข่าวฟุตบอล

    ลีลล์ รับซัมเมอร์นี้เปเป้ได้ย้ายแน่นอนยันให้นักเตะเลือกทีมเอง

    ลีลล์

       กำลังเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในช่วงปรีซีซั่นนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ นิโกล่าส์ เปเป้ แนวรุกตัวจี๊ดที่ตกเป็นข่าวย้ายทีมกับทั้ง อาร์เซนอล โดยเชื่อว่าดีลนี้จะทำให้ทีมดังจากลีกเอิงจะได้เงินเข้าคลังกว่า 80 ล้านยูโร(2,800ล้านบาท)ทว่าสโมสรต้นสังกัด ลีลล์ ก็ได้เพียงแบ่งรับแบ่งสู้ว่าคงต้องยอมเปิดรับข้อเสนอที่ยื่นเข้ามา ทว่าก็ไม่อาจยืนยันแทนนักเตะได้ว่าทีมไหนจะได้ดาวเตะวัย 24 ปีไปครบครอง

    อาร์เซนอลแค่กระสันคว้าเปเป้จาก ลีลล์ แต่ยังมีบิ๊กทีมรอเสียบอีกเพียบ

        แม้สื่อในอังกฤษจะออกตัวแรงแทนทีมปืนใหญ่ว่า เปเป้ บรรลุข้อตกลงกับ อูไน เอเมรี่ ได้แล้ว แต่ทว่าภายหลังสื่อในฝรั่งเศสก็ได้ออกมาแย้งเรื่องนี้ว่า อาร์เซนอล เป็นเพียงทีมที่แสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนที่สุดเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับการจะปิดดีลนี้ แต่อย่างใด เนื่องจากยังมีทีมอื่นๆที่พร้อมเจรจาดึงตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์,แมนยู,นาโปลี,เปเอสเช และลิเวอร์พูล โดยประธานสโมสร ลีลล์ เชราร์ โลเปซ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในดีลนี้ “ สถานการณ์ นิโกล่าส์ ค่อนข้างชัดเจนว่าเค้าอยากย้ายออก แล้วก็มีข้อเสนอเข้ามาอย่างมากมาย เราหวังว่าเราจะหาข้อสรุปเรื่องให้ได้เร็วที่สุด แต่คงต้องรอให้ นิโกล่าส์ เป็นคนตัดสินใจเอง ”

       “ มีข้อเสนอมาจากนาโปลีจริง ซึ่งเราก็ค่อนข้างพอใจกับตัวเลข แต่มันขึ้นอยู่กับ นิโกล่าส์ ว่าเค้าจะตกลงไหม เราต้องให้เกียรติกับสโมสรอื่นๆด้วยในเรื่องนี้  ” เรียกได้ว่า โลเปซ ก็เล่นตามสถานการณ์ซื้อขายได้อย่างเป็นงาน เนื่องจากยิ่งมีข่าวเยอะก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ดีลนี้มีมูลค่าสูงขึ้นไปในตัว หลังจากเมื่อเดือนก่อนเค้าก็ได้ออกมายอมรับว่าเคยคุยกับทางสโมสร ลิเวอร์พูล ถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาซื้อขายดาวยิงตัวเก่งของทีมมาแล้ว

       นิโกล่าส์ เปเป้ มีลีลาการกระชากลากเลื้อยที่คล่องตัวชนิดหาตัวจับยาก และเท้าซ้ายที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์ขลัง ซึ่งเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวทำผลงานกับลีลล์ได้อย่างสุดสะเด่า ด้วยการกดไปถึง 22 ประตู จากการลงเล่น 38 นัด จนกลายเป็นกระแสเชื่อมโยกหนักกับ อาร์เซนอล เนื่องด้วย อูไน เอเมรี่ กำลังประสบปัญหาสำหรับเกมรุกด้านข้าง เมื่อในทีมมีตัวเลือกเพียง อเล็ก อิโวบี้ ที่เป็นปีกแท้ๆเพียงรายเดียวเท่านั้น จนทำให้เกมรุกของทีม ปืนใหญ่ ขาดความต่อเนื่องและจบซีซั่นที่ผ่านมาชนิดมือเปล่า ทั้งที่สามารถทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศศึกยูโรป้าลีกเสียด้วยซ้ำ