ข่าวฟุตบอล

มาติช ส่งสัญญาณชัดแล้วพร้อมแยกทางกับแมนยูฯในช่วงปีใหม่

มาติช

   เนมานย่า มาติชได้ลงเล่นเกมล่าสุดกับแมนยูเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม(เสมออัคม่า 0-0) แล้วหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ไม่มีส่วนร่วมกับทีมอีกเลย รายงานระบุว่าสาเหตุที่ทำให้มาติชหายหน้าไปจากทีมปีศาจแดงก็เพราะเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บรบกวน ทว่านักข่าวในอังกฤษ(เดอะซัน)กลับพบเบาะแสที่ประหลาดใจ นั่นก็คือกองกลางวัย31ปีนั้นหายเจ็บจนสามารถกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมได้แล้ว ทว่าหลังจากมาถึงสนามซ้อมได้เพียงไม่นาน(ประมาณ24นาที)มาติชก็เลิกทำการซ้อมแล้วขับรถกลับบ้านอย่างหน้าตาเฉย โดยยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวไม่ได้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมนั้นคืออะไร แต่สิ่งที่ชัดเจนหลังจากนั้นคือมาติชไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรองในเกมที่แมนยูฯบุกไปเสมอเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด3-3

    โดยก่อนหน้านี้มาติชเพิ่งจะฉีกหน้าต้นสังกัดด้วยการงดออกงานเลี้ยงเพื่อหารายได้สมทบทุนการกุศลที่แมนยูฯจัดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันกลับมีภาพมาติชนั่งรับประทานอาหารร่วมกับพาทริค คูโตรเน่นักเตะของวูล์ฟแฮมตันในช่วงเวลาดังกล่าวหลุดออกมาแทน เมื่อเอาสองเหตุการณ์นี้มาบรรจบกันก็จะเห็นได้ชัดว่าถึงท่าทีที่ห่างเหินของเนมานย่า มาติช และน่าจะเป็นไปตามคาดว่ามิดฟิลด์ชาวเซอร์เบียจะโดนปล่อยตัวออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในช่วงเดือนมกราคม

โซลชายังอุ้ม มาติช แม้ข่าวลือหนาหูสเปอร์สพร้อมเซ้งไปใช้ต่อ

    หลายคนคงทราบดีว่าเนมานย่า มาติชได้ย้ายมาเล่นให้กับปีศาจแดงด้วยอานิสสงส์ของมูรินโญ่(สมัยยังเป็นกุนซือแมนยูฯ)ทำให้หลังจากสเปอร์สแต่งตั้งโชเซ่ มูรินโญ่ขึ้นเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ ไก่เดือยทองก็มีชื่อพัวพันว่ากับมาติชโดยทันที เนื่องจากเจ้าตัวเป็นนักเตะคู่บุญของมูรินโญ่นั่นเอง อีกทั้งปัจจุบันมาติชก็ไม่ค่อยจะมีส่วนร่วมกับปีศาจแดงอยู่แล้วและเพิ่งจะได้ลงสนามในซีซั่นใหม่เพียง5เกมเท่านั้น จึงคิดแทนให้เองว่าตัวนักเตะเองก็น่าจะยินดีกับการย้ายทีมเผื่อว่าจะได้รับอกาสลงสนามมากยิ่งขึ้น

   กระนั้นกุนซือพ่อพระอย่างโซลชาก็พูดถึงโอกาสที่สเปอร์สจะได้ตัวมาติชว่ายังไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ “ ผมเห็นข่าวนี้ในโซเชียล แต่มันก็ยังไม่มีคำยืนยันจากมูรินโญ่ ผมมองมันเป็นข่าวขำๆเท่านั้น มาติชร่างกายยังไม่พร้อม เหตุผลแท้จริงมีแค่นั้น ผมมีความสัมพันธ์อันดีกับนักเตะทุกคน ยูไนเต็ดยึดหลักปฏิบัติแบบมืออาชีพ ณ เวลานี้เค้ายังเป็นตัวเลือกของเรา แต่ถ้ามาติชต้องการพิจารณาถึงทางเลือกอื่นๆเราก็จะพูดคุยกันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ”